Health

สุขภาพไม่ใช่เรื่องที่ควรละเลย ดังนั้น Bangkok Plan มีความรู้ดีๆ ที่เกี่ยวข้องกับทุกปัญหาและอาการของโรคร้ายต่างๆ มานำเสนอ พร้อมทั้งวิธีการดูแลตัวเองเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น

Related Posts

“วิตามินบำบัด” ทางเลือกรักษาความเสื่อมอย่างมีประสิทธิภาพ

  เพราะสุขภาพดีเริ่มต้นที่ภายใน การที่เราจะมีร่างกายแข็งแรง สุขภาพจิตดี และมีผิวพรรณที่สดใสเปล่งปลั่งได้ ต้องได้รับสารอาหารที่จำเป็นอย่างเพียงพอ ซึ่ง “วิตามินบำบัด” เป็นเทคโนโลยีที่จะช่วยเติมเต็มสารอาหารที่ขาด และเข้าไปซ่อมแซมเซลล์ที่เสื่อมโทรมได้อย่างตรงจุด จึงเป็นหนึ่งในวิธีการชะลอความเสื่อมของร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เรามาดูกันดีกว่าว่า ประโยชน์ของวิตามินบำบัดคืออะไร ทำไมถึงเป็นทางเลือกที่หลายคนหันมาสนใจ   เสริมภูมิคุ้มกัน นอกจากการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และรับประทานอาหารเสริมตามความจำเป็นแล้ว การให้วิตามินทางหลอดเลือดดำยังเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เพราะสามารถดูดซึมสารอาหารเหล่านั้นไปใช้งานได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องรอผ่านกระบวนการย่อยหรือดูดซึม จึงทำให้คนไข้มีสุขภาพแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่าย บรรเทาอาการโรคภูมิแพ้ ไม่รู้สึกอ่อนเพลีย หรือเหนื่อยล้า และสามารถหลับพักผ่อนได้สบาย ไม่มีปัญหาด้านการนอน   บำรุงผิวพรรณผ่องใส นอกจากสุขภาพจะแข็งแรง และมีภูมิคุ้มกันมากขึ้นแล้ว ผลพลอยได้จากการทำวิตามินบำบัดคือผิวพรรณที่ดูเปล่งปลั่ง สดใสขึ้น ร่างกายรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ดูอ่อนวัย เพราะได้รับสารอาหารที่จำเป็นครบถ้วนในปริมาณที่เหมาะสม โดยการให้วิตามินนั้นจะถูกคำนวณมาแล้วโดยแพทย์ซึ่งได้อ่านค่าสารต่างๆ ในร่างกายที่คนไข้ได้ทำการตรวจวัดไป เพื่อจะได้เติมเต็มสารอาหารที่ขาดอย่างตรงจุด และป้องกันการได้รับสารอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งเกินความจำเป็น   อย่างไรก็ตาม แม้ว่าวิตามินบำบัดจะช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกาย และป้องกันความเสี่ยงจากการเจ็บไข้ได้ป่วย แต่ไม่ใช่ทุกคนจะสามารถรับวิตามินทางหลอดเลือดได้ ควรศึกษาข้อมูล พร้อมปรึกษาแพทย์ให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อนทุกครั้งว่าจะไม่มีความเสี่ยงอื่นใด หรือเข้าข่ายผู้ที่ไม่ควรรับวิตามินด้วยวิธีนี้ เช่น ตั้งครรภ์ มีไข้ หรือเป็นโรคเกี่ยวกับไต

สัญญาณบอกถึงเวลาใส่แว่นกรองแสงสีฟ้า ก่อนสายตาพัง

  ทุกวันนี้ใครๆ ก็ใช้ชีวิตอยู่บนหน้าจอสมาร์ทโฟนและหน้าจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งแต่ละวันเราใช้เวลาอยู่กับอุปกรณ์ดิจิทัลดังกล่าวเฉลี่ยนานกว่า 6-8 ชั่วโมงกันเลยทีเดียว ซึ่งแสงสีฟ้าจากอุปกรณ์ดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อสายตาและเสี่ยงทำให้เป็นโรคต่างๆ ได้ เช่น จอประสาทตาเสื่อม ตาล้าจากการจ้องหน้าจอ และอาจเป็นเหตุให้นาฬิกาชีวิตผิดเพี้ยน ซึ่งการใส่แว่นกรองแสงสีฟ้าจะช่วยลดอาการตาล้า และทำให้ตาสบายมากขึ้น โดยสัญญาณที่บ่งบอกว่าเราควรเริ่มใส่แว่นตากรองแสงได้แล้วมี ดังนี้    แสบตา เคืองตา หากคุณสังเกตตนเองแล้วพบว่ามีอาการแสบตาหรือคันตาโดยไม่ทราบสาเหตุ อาจถึงเวลาแล้วที่คุณต้องใส่แว่นกรองแสงสีฟ้า เพราะแสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนอาจทำให้เกิดอาการตาแห้งได้    ตาแดง แม้ว่าอาการตาแดงส่วนใหญ่จะเกิดจากเชื้อไวรัส อย่างไรก็ตาม การจ้องหน้าจออุปกรณ์ดิจิทัลนานๆ ก็อาจมีส่วนที่ทำให้ตาแดงได้เช่นกัน ดังนั้น หากใครมีอาการดังกล่าวและจำเป็นต้องใช้งานคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนเป็นประจำก็ควรพกแว่นกรองแสงสีฟ้าไว้    คันตา เป็นอีกหนึ่งสัญญาณสำคัญที่บ่งบอกว่าคุณควรใส่แว่นกรองแสงสีฟ้าได้แล้ว เพราะการใช้เวลาบนหน้าจอนานๆ จะทำให้ตาแห้งส่งผลให้ดวงตารู้สึกระคายเคืองและคันได้    นอกจากนี้ หากสังเกตพบว่าตนเองมีอาการอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ เช่น เมื่อยตา ตาพร่ามัว มองเห็นภาพซ้อน ปวดกระบอกตา ตากระตุก หรือตาสู้แสงไม่ค่อยได้ ก็ควรใส่แว่นกรองแสงสีฟ้าเช่นกัน 

ถั่งเช่ากับสรรพคุณเพื่อสุขภาพ สุดยอดสมุนไพรจีนที่ใครก็ยกนิ้วให้

‘ถั่งเช่า’ สมุนไพรจีนโบราณที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นจักรพรรดิแห่งยาบำรุง โดยในประเทศจีนนั้นได้นำสมุนไพรชนิดนี้มาใช้ในการรักษาโรคและบำรุงร่างกายเป็นระยะเวลานาน รวมถึงยังเป็นเครื่องเสวยขององค์จักรพรรดิและราชวงศ์อีกด้วย ซึ่งถั่งเช่านั้นสามารถพบได้บริเวณแถบทุ่งหญ้าบนภูเขาสูงของประเทศจีน ภูฏาน และเนปาล ส่วนถั่งเช่าจะมีสรรพคุณอะไรบ้างนั้น มาดูกัน    ถั่งเช่ากับสรรพคุณต่อสุขภาพ   ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด โดยจะช่วยให้ร่างกายของผู้ป่วยเบาหวานไวต่ออินซูลินมากขึ้น ส่งผลให้จัดการน้ำตาลในร่างกายได้ดีขึ้น  ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย รวมถึงช่วยชะลอความแก่ชราและความเสื่อมของเซลล์ต่างๆ ในร่างกายด้วย  ช่วยเพิ่มโอกาสการมีบุตร ถั่งเช่าได้ขึ้นชื่อว่าเป็นไวอากร้าแห่งเทือกเขาหิมาลัย โดยมีสรรพคุณช่วยเสริมสร้างเพศชายให้มากขึ้น  ช่วยต้านอาการอ่อนเพลียและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของร่างกายให้ดีขึ้น  ช่วยบำรุงตับและไต โดยจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของตับและไตให้ดีขึ้น ซึ่งจากการศึกษาพบว่า ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังมีอาการดีขึ้นมากถึง 51% หลังจากรักษาด้วยถั่งเช่าเพียง 1 เดือน   อย่างไรก็ตาม แม้ถั่งเช่าจะมีสรรพคุณต่อร่างกายหลายด้าน แต่ก็มีข้อควรระวังในการรับประทานด้วย โดยเฉพาะผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ผู้ป่วยที่ได้รับยากลุ่มป้องกันการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด และผู้ป่วยที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้สมุนไพรชนิดนี้รักษาโรค นอกจากนี้ ผู้ที่ต้องการรับประทานถั่งเช่าเป็นอาหารเสริม ควรเลือกจากแหล่งผลิตที่เชื่อถือได้ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย